INDICATOR

0
86
INDICATOR

คู่มือการซื้อขายสําหรับผู้ใช้งานเบื้องต้น อินดิเคเตอร์คืออะไร

อินดิเคเตอร์เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคซึ่งนักลงทุนใช้ประกอบการซื้อขาย และช่วยในการตัดสินใจ ตั้งค่า Stop Loss (S/L) และ Target (T/P) ส่วนใหญ่นักลงทุนใช้อินดิเคเตอร์วัดความผิดปกติของตลาดและ จับสัญญาณการซื้อขาย

 

การเพิ่มอินดิเคเตอร์ในโปรแกรม MetaTrader4

 

หลังจากนักลงทุนได้ไฟล์.mq4 หรือ .ex4 มาแล้ว ให้เปิดโปรแกรม MetaTrader4 ขึ้นมา เลือกเมนูFile เลือก Open data Folder จากนั้นเลือก MQL4 และมองหาโฟลเดอร์ชื่อ Indicator ให้ย้ายไฟล์.mq4 หรือ .ex4 ไปไว้ในไฟล์เดอร์ดังกล่าวจากนั้นรีสตาร์ทโปรแกรม MetaTrader4 จะปรากฏอินดิเคเตอร์พร้อมใช้งาน

 

รายละเอียดทั่วไปของอินดิเคเตอร์

หมวดอักษร A

 

Acceleration/Deceleration (AC)

 

ใช้วัดความเร็วและความเร่งของราคาในปัจจุบัน อินดิเคเตอร์นี้จะเปลี่ยนทิศทางก่อนการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในการซื้อขายที่มีปริมาณมากผิดปกติการเร่งและการชะลอตัวจึงเป็นสัญญาณการเตือนก่อนก่อนการกลับตัวที่ สามารถเห็นได้ชัด เส้น 0 เป็นจุดที่แรงผลักดันสมดุลกับการเร่ง แถบสีแดงและแถบสีเขียวแสดงให้เห็นโอกาส ในการซื้อหรือขาย

Accumulation/Distribution (A/D)

เป็นอินดิเคเตอร์ที่ใช้วัดการสะสมหรือกระจายราคา ถูกกําหนดโดยการเปลี่ยนแปลงในราคาและปริมาณการ ซื้อขาย แสดงออกเป็นค่าสัมประสิทธิ์น้ําหนักที่สัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของราคา ค่าสูงกว่าค่าสัมประสิทธิ์ คือการการเปลี่ยนแปลงราคามีน้ําหนักมากขึ้น อินดิเคเตอร์นี้ใช้กันอย่างแพร่หลายในการหาราคาสมดุล จัดเป็นอินดิเคเตอร์ที่สามารถใช้หา Divergence ได้เป็นอย่างดี

Alligator
อินดิเคเตอร์อันเกิดจากการรวมกันอย่างสมดุลของค่าเฉลี่ยที่ใช้เศษส่วนเรขาคณิตและการเปลี่ยนแปลงเชิงเส้น

เส้นสีฟ้า (ขากรรไกรของ Alligator) เป็นเส้นสําหรับระยะเวลาที่ใช้ในการสร้างกราฟ เส้นสีแดง (ฟันของ Alligator) เป็นเส้นสําหรับในระยะเวลาใดๆ

สายสีเขียว (ริมฝีปากของ Alligator) เป็นเส้นสําหรับวัดราคาที่มีค่าต่ํากว่าอีกระดับราคาหนึ่งในระยะก่อนหน้า

ริมฝีปาก ฟันและขากรรไกรของ Alligator แสดงปฏิสัมพันธ์ของช่วงเวลาที่แตกต่างกัน บ่งบอกแนวโน้มที่ชัดเจน ไม่สามารถให้สัญญาณในตลาดที่มีความผันผวน

Average Directional Movement Index (ADX)
วิธีการซื้อขายขึ้นอยู่กับระบบของการเคลื่อนไหวของทิศทางที่แสดงถึงการเปรียบเทียบของ 2 สัญญาณ

อินดิเคเตอร์เกิดสัญญาณแนะนําให้ซื้อเมื่อ + DI สูงกว่า -DI และขายเมื่อ + DI ต่ํากว่า –DI ในขณะที่เส้นสัญญาณ

ของอินดิเคเตอร์ควรจะมีค่ามากกว่า 25

Average True Range (ATR)

อินดิเคเตอร์ที่แสดงให้เห็นความผันผวนของตลาด มักถูกนํามาใช้เป็นส่วนประกอบของอินดิเคเตอร์อื่นๆ อีกมากมาย อินดิเคเตอร์มักจะสามารถเข้าถึงมูลค่าต่ําสุดของตลาด หลังจากการสินสุดแนวโน้มขาลงแล้ว จึงสามารถวัดความตื่นตระหนกในการเทขายได้อินดิเคเตอร์ที่มีค่าสูงบ่งบอกความน่าจะเป็นของการเปลี่ยนแปลง แนวโน้ม อินดิเคเตอร์ที่มีค่าต่ําบ่งบอกถึงโอกาสในการปรับตัวที่ลดลง

Awesome Oscillator

อินดิเคเตอร์นี้เป็นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่34 ของ Moving Averages คํานวณในรูปแบบ (H+L)/2 ซึ่งจะส่งผลให้ สัญญาณถูกหักออกจากระยะเวลา 5 ช่วงค่าเฉลี่ย อินดิเคเตอร์มักจะแสดงค่อนข้างชัดเจนเกี่ยวกับความผิดปกติ ที่เกิดขึ้นในตลาดในปัจจุบัน

สัญญาณ Buy เกิดเมื่อ Saucer เปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีเขียว อย่างน้อย 3 แท่ง Oscillator ต่อมา Oscillator เปลี่ยนสถานะจากอยู่ใต้เส้น 0 เป็นยืนเหนือเส้น 0 นอกจากการใช้สัญญาณดังกล่าวแล้ว หาก Oscillator ได้สร้าง Two Peaks ขึ้นแล้วใต้เส้น 0 หมายความว่าราคาอาจจะกลับตัวเป็นขาขึ้นในไม่ช้า สําหรับสัญญาณ Sell ให้ใช้ ลักษณะเดียวกันแต่กลับทิศทาง

หมวดอักษร B
Bear Powers และ Bulls Power

สร้างขึ้นโดย Alexander Elder เป็นอินดิเคเตอร์ค่าเฉลี่ยของราคาที่ใช้วัดระหว่างปริมาณราคาขายและผู้ซื้อ ในช่วงเวลาหนึ่งของกราฟ โดยทั่วไปมักใช้งานร่วมกับอินดิเคเตอร์ประเภทบอกแนวโน้ม อินดิเคเตอร์บอกแนวโน้ม ที่มีทิศทางลดลงมาพร้อมกับ Bulls Power ที่อยู่เหนือ 0 แต่ลาดลงบอกสัญญาณ Sell ในขณะที่อินดิเคเตอร์บอก

แนวโน้มที่มีทิศทางเพิ่มขึ้นมาพร้อมกับ Bear Powers ที่อยู่เหนือ 0 แต่มีแนวโน้มลาดเข้าหา 0 มากขึ้น บอกสัญญาณ Buy

Bollinger Bands

Bollinger Bands เป็นอินดิเคเตอร์คล้ายกับ Envelopes แต่ต่างกันตรงที่Envelopes มีการพล็อตเป็นระยะ เปอร์เซ็นต์คงที่ห่างจากค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่พอสมควร ในขณะที่Bollinger Bands จะพล็อตจํานวนหนึ่งของ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานวัดจากความผันผวนของราคา แถบของ Bollinger Bands จะปรับตัวให้เข้ากับสภาวะตลาดเสมอ เมื่อตลาดมีความผันผวนมากขึ้น จะมีค่ากว้างขึ้น

หมวดอักษร C

Commodity Channel Index (CCI)

เป็นอินดิเคเตอร์ที่สามารถบอก Divergence ได้อีกหนึ่งตัว สามารถวัดค่าความเบี่ยงเบนของราคาจากสถิติราคา เฉลี่ย ค่าสูงของอินดิเคเตอร์ชี้ให้เห็นว่าราคาสูงผิดปกติเมื่อเทียบกับราคาเฉลี่ยและค่าต่ําแสดงให้เห็นว่าเป็นราคาที่ ต่ําเกินไป อินดิเคเตอร์ใช้ค้นหา Divergence ซึ่งจะปรากฏขึ้นเมื่อราคาถึงสูงสุดใหม่นอกจากนี้ยังใช้เป็น อินดิเคเตอร์ของ Overbought (±100) และ Oversold (-100)

หมวดอักษร D

DeMarker

อินดิเคเตอร์จะขึ้นอยู่กับการเปรียบเทียบราคาสูงสุดที่มีก่อนหน้านี้ค่าที่สูงกว่า 0.7 และต่ํากว่า 0.3 จะถูกคาดกวัง ให้เกิดการกลับตัวของราคา เป็นอินดิเคเตอร์ที่มีความเสี่ยงน้อยและสามารถวางแผนการซื้อขายในกับแนวโน้ม ที่สําคัญได้เป็นอย่างดี

หมวดอักษร E

Envelopes

อินดิเคเตอร์ที่เกิดขึ้นจากสองค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ซึ่งหนึ่งค่าในนั้นมีการขยับตัวสูงขึ้นและอีกหนึ่งค่าเลื่อนลง การขยับจะถูกกําหนดด้วยความผันผวนของตลาดที่สูงขึ้น สัญญาณ Sell ปรากฏขึ้นเมื่อราคามาถึงขอบบนของ Envelopes สัญญาณ Buy ปรากฏขึ้นเมื่อราคามาถึงขอบล่างของ Envelopes

หมวดอักษร F

Force Index

สร้างขึ้นโดย Alexander Elder เป็นอินดิเคเตอร์ที่มีค่า Bulls Power เพิ่มขึ้นทุกครั้งที่อินดิเคเตอร์เคลื่อนไหว เป็นอินดิเคเตอร์ที่เชื่อมต่อองค์ประกอบพื้นฐานของตลาด บ่งบอกถึงแนวโน้มราคาลดลงและปริมาณของ การทําธุรกรรมในตลาด สัญญาณในการ Buy เกิดขึ้นเมื่อ Force Index มีค่าต่ํากว่า 0 และกลับหัวพร้อม ปรับตัวขึ้น สัญญาณในการ Sell เกิดขึ้นเมื่อ Force Index มีค่ามากกว่า 0 และกลับหัวพร้อมปรับตัวลดลง

คู่มือการซื้อขายสําหรับผู้ใช้งานเบื้องต้น Fractals

สร้างขึ้นโดย Bill Williams เป็นอินดิเคเตอร์ที่เจ้าของได้นํามาใช้ประกอบกับ Bill Williams’ Trading System Fractals เป็นชุดของแท่งเทียนอย่างน้อย 5 แท่งเทียนต่อเนื่องกัน และต้องมีHIGH ที่สูงที่สุดในแท่งเทียนกลาง และแท่งเทียนสูงและต่ํากว่าสองทั้งสองด้านประกอบกัน ต้องใช้งานร่วมกับ Alligator โดย Fractals มีการสร้าง รูปแบบที่นักลงทุนต้องจดจําแยกต่างหากจากอินดิเคเตอร์อื่นๆ

หมวดอักษร G

Gator Oscillator

สร้างขึ้นโดย Bill Williams เป็นอินดิเคเตอร์ที่เจ้าของได้นํามาใช้ประกอบกับ Bill Williams’ Trading System

Gator Oscillator จะขึ้นอยู่กับสัญญาณของ Alligator โดยแสดงให้เห็นรูปแบบของการบรรจบกันของ

Oscillator

หมวดอักษร I

Ichimoku Kinko Hyo

อินดิเคเตอร์จะอธิบายลักษณะตลาดแนวโน้มและสนับสนุนระดับความต้านทาน เพื่อสร้างสัญญาณของการซื้อ และการขาย อินดิเคเตอร์นี้ทํางานที่ดีที่สุดในกราฟวันและกราฟสัปดาห์ประกอบไปด้วย 5 สัญญาณดังนี้

Tenkan-sen แสดงค่าราคาเฉลี่ยในช่วงช่วงเวลาแรกที่กําหนดให้เป็นผลรวมของราคาสูงสุดและต่ําสุด
Kijun-sen แสดงค่าราคาเฉลี่ยในช่วงระยะเวลาที่สองและใช้เป็นตัวแบ่งแนวโน้ม
Senkou Span A แสดงให้เห็นจุดกลางของระยะห่างระหว่างสองเส้นที่ผ่านมา และเคลื่อนไหวไป
ข้างหน้า โดยค่าของช่วงเวลาสองช่วงเวลา
Senkou Span B แสดงราคาเฉลี่ยในช่วงช่วงเวลาที่สาม เคลื่อนไหวไปข้างหน้าโดยค่าของช่วงเวลาที่สอง

Chinkou Span แสดงให้เห็นราคาปิดของเทียนในปัจจุบัน และอยู่ในสถานะ Shift

ระยะห่างระหว่างเส้น Senkou เรียกว่าเมฆ หากราคาอยู่ระหว่างเส้นเหล่านี้ตลาดควรจะไม่ถือว่าเป็นแนวโน้ม ดังนั้นนักลงทุนจะไม่ให้ความสนใจในราคาช่วงเวลานั้น

หมวดอักษร M

Market Facilitation Index

สร้างขึ้นโดย Bill Williams เป็นอินดิเคเตอร์ที่เจ้าของได้นํามาใช้ประกอบกับ Bill Williams’ Trading System ที่ใช้ในการวัดความเปลี่ยนแปลงของราคาที่มีต่อความรู้สึก ปริมาณที่เพิ่มขึ้นชี้ให้เห็นว่ามีจํานวนนักลงทุนที่เข้ามา ในตลาดเพิ่มขึ้น อินดิเคเตอร์ที่มีค่าลดลงหมายความว่านักลงทุนไม่ได้ให้ความสนใจในตลาดอีกต่อไป

คู่มือการซื้อขายสําหรับผู้ใช้งานเบื้องต้น Momentum

อินดิเคเตอร์ใช้วัดความเปลี่ยนแปลงของระดับราคาใดๆ ในช่วงเวลาที่กําหนด สามารถนํามาใช้เป็น Oscillator เพื่อศึกษาแนวโน้มและหาค่าเฉลี่ย Convergence หรือ Divergence ซึ่งช่วยให้นักลงทุนสามารถวิเคราะห์ การเคลื่อนไหวในระยะสั้นได้หากอินดิเคเตอร์มีค่าสูงมากหรือต่ํามาก แสดงถึงความต่อเนื่องของแนวโน้มใน ปัจจุบัน ในจุดสูงสุดหรือต่ําสุดของอินดิเคเตอร์นักลงทุนอาจมองหาโอกาสในการกลับตัวของราคา

Money Flow Index (MFI)

อินดิเคเตอร์บ่งชี้อัตราเงินทุนขาเข้า การตีความอินดิเคเตอร์คล้ายคลึงกับ Relative Strength Index (RSI) ที่มีความแตกต่างเพียงว่าปริมาณการไหลของเงินซึ่งสูงกว่า 80 หรือต่ํากว่า 20 เป็นสัญญาณการกลับตัวที่มี ศักยภาพ นอกจากนี้อินดิเคเตอร์ยังสามารถใช้หา Divergences ได้อีกด้วย

Moving Average (MA)

อินดิเคเตอร์แสดงให้เห็นถึงมาตรฐานค่าราคาเฉลี่ยในช่วงเวลาหนึ่งของกราฟ ในการคํานวณค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ ซึ่งเป็นหนึ่งในค่าเฉลี่ยของราคานิยมใช้อย่างแพร่หลาย ในขณะที่การเปลี่ยนแปลงราคาค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สามารถ เพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ตลอดเวลา Moving Average แบ่งออกเป็น 4 ประเภทคือ

1. Simple Moving Average (SMA)

2. Exponential Moving Average (EMA)

3. Smoothed Moving Average (SMMA)

4. Linear Weighted Moving Average (LWMA)

Moving Average นอกจากใช้เป็นอินดิเคเตอร์หลักแล้ว สามารถใช้ร่วมกับอินดิเคเตอร์อื่นเพื่อวิเคราะห์แนวโน้ม ของราคาได้เป็นอย่างดีถ้าอินดิเคเตอร์เพิ่มขึ้น การเคลื่อนไหวโดยเฉลี่ยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากน้อยไปมาก แนวโน้มขาขึ้นจะดําเนินต่อไป สําหรับแนวโน้มขาลงทําเช่นเดียวกันแต่กลับทิศทาง

Moving Average Convergence/Divergence (MACD)

อินดิเคเตอร์ประเภท Correlation ที่อ้างอิงค่าของ Moving Average เป็นอินดิเคเตอร์แยกความแตกต่างระหว่าง 26 แท่งสัญญาณย้อนหลังและ 12 ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่(EMA) แสดงออกในรูปของ Oscillator ความต่อเนื่องของ อินดิเคเตอร์บ่งบอกถึงประสิทธิภาพในการแกว่งของตลาด นิยมใช้อินดิเคเตอร์เพื่อตรวจสอบสัญญาณ Convergence, Divergence, Overbought และ Oversold

หมวดอักษร O

On Balance Volume (OBV)

เป็นอินดิเคเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับปริมาณการเปลี่ยนแปลงทางราคา ถูกสร้างขึ้นโดย Joseph Granville เมื่อค่าสูงกว่าการปิดก่อนหน้านี้ทั้งหมดของปริมาณของวัน จะถือว่าเป็นปริมาณที่เพิ่มขึ้น เมื่อค่าต่ํากว่าการปิด ก่อนหน้านี้ทั้งหมดของปริมาณของวัน จะถือว่าเป็นปริมาณที่ลดลง สมมติฐานเกี่ยวกับการวิเคราะห์อินดิเคเตอร์คือ การเปลี่ยนแปลงอินดิเคเตอร์นําหน้าราคา

หมวดอักษร P

Parabolic SAR

อินดิเคเตอร์บ่งชี้ทางเทคนิคที่ได้รับการพัฒนาสําหรับการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด สร้างขึ้นบนกราฟราคา อินดิเคเตอร์จะคล้ายกับอินดิเคเตอร์Moving Average แตกต่างเพียง Parabolic SAR เคลื่อนที่ไปพร้อมกับ อัตราการเร่งความเร็วที่สูงขึ้นและอาจมีการเปลี่ยนแปลงตําแหน่งในแง่ของราคาเร็วกว่า อินดิเคเตอร์เมื่ออยู่ตํากว่า่ แท่งเทียนบ่งบอกถึงขาขึ้น และอินดิเคเตอร์ที่อยู่เหนือแท่งเทียนบ่งบอกถึงขาลง

หมวดอักษร R

Relative Strength Index (RSI)

อินดิเคเตอร์แบบ Oscillator กําหนดราคาในช่วงระหว่าง 0 ถึง 100 ได้รับการพัฒนาโดย J. Welles Wilder Relative Strength Index เป็นอินดิเคเตอร์ที่ได้รับความนิยมในหมู่นักลงทุนมาก วิธีการวิเคราะห์คือการมองหา ความแตกต่างในระดับราคาที่เกินกว่า 70 หรือต่ํากว่า 30 นิยมใช้อินดิเคเตอร์เพื่อตรวจสอบสัญญาณ Convergence, Divergence, Support, Resistance, Overbought และ Oversold

Relative Vigor Index (RVI)

อินดิเคเตอร์ที่บ่งบอกถึงความแข็งแรงของสภาวะตลาดในขณะนั้น หากสีเขียวอยู่เหนือสีแดงบ่งบอกถึงแนวโน้ม ขาขึ้น หากสีแดงอยู่เหนือสีเขียวบ่งบอกถึงแนวโน้มขาลง

หมวดอักษร S

Standard Deviation

อินดิเคเตอร์แสดงค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานบอกถึงมูลค่าของตลาด สามารถวัดความผันผวน อินดิเคเตอร์นี้จะอธิบาย ถึงช่วงของความผันผวนของราคาเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย ดังนั้นถ้าค่าของอินดิเคเตอร์นี้อยู่ในระดับสูงในตลาด จะผันผวนอย่างมาก ถ้าค่าของอินดิเคเตอร์นี้อยู่ในระดับต่ํา สามารถอธิบายว่ามีความผันผวนในระดับต่ําและ ราคาแท่งเทียนจะใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ย

Stochastic Oscillator

อินดิเคเตอร์เปรียบเทียบราคาที่ปิดสัมพันธ์กัน แสดงในรูปแบบของ Oscillator ช่วงราคาในช่วงเวลาที่กําหนด ในอินดิเคเตอร์จะแสดงเป็นสองสาย สายหลักเรียกว่า %K สายรองเรียกว่า %D ซึ่งเป็นฐานของการเคลื่อนไหว %K นักลงทุนจะซื้อเมื่อ Oscillator (ทั้ง % K และ %D) ต่ํากว่าระดับที่เฉพาะเจาะจง (ตัวอย่างเช่น 20) แล้วเพิ่มขึ้น เหนือระดับนั้น ขายเมื่อ Oscillator เพิ่มขึ้นเหนือระดับที่เฉพาะเจาะจง (ตัวอย่างเช่น 80) และจากนั้นลดลงต่ํากว่า ระดับนั้น

หมวดอักษร W

Williams’ Percent Range

อินดิเคเตอร์แบบไดนามิกที่สามารถคํานวณค่าได้ไม่ว่าตลาดจะอยู่ในสภาพ Overbought หรือ Oversold การใช้งานคล้ายกับ Stochastic Oscillator ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือ %R จะคว่ําลงและ Stochastic Oscillator ตัดกันภายใน ค่าช่วงร้อยละ -30% นักลงทุนควรละเลยสัญญาณดังกล่าว เมื่อดําเนินการวิเคราะห์ ราคาแล้ว ค่าของอินดิเคเตอร์ระหว่าง 80 และ 100% แสดงให้เห็นว่าตลาดเป็น Oversold ค่าของอินดิเคเตอร์ ระหว่าง 0 และ 20% แสดงให้เห็นว่าตลาดเป็น Overbought