Forex คืออะไร

0
218
Forex คืออะไร

ตลาดปริวรรตเงินตราเป็นตลาดที่เปิดทําการตลอด 24 ชั่วโมงนับตั้งแต่วันจันทร์เวลา 04.00 น. และจะปิดตลาด ในวันศุกร์เวลา 04.00 น. ในการซื้อขายนั้นจะอาศัยการคาบเกี่ยวของเวลาในสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก ในการซื้อขาย มีตลาดปริวรรตเงินตราที่สําคัญอยู่ทั้งหมด 4 แห่งคือซิดนีย์โตเกียว ลอนดอนเเละนิวยอร์ก ซิตี้นั่นเป็นกลไกสําคัญ ที่ทําให้ตลาดปริวรรตเงินตราสามารถเปิดทําการได้ตลอดสัปดาห์โดยที่ไม่ต้องปิดทําการระหว่างสัปดาห์เหมือนเช่น กับตลาดอื่น ในเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมีนาคมของทุกปีเวลาในการเปิดและปิดของตลาดปริวรรตเงินตราจะ เลื่อนมาอยู่ที่วันจันทร์เวลา 05.00 น. และจะปิดตลาดในวันศุกร์เวลา 05.00 น. เนื่องจากการปรับเวลาออมแสง (Daylight Saving Time) ของประเทศฝั่งตะวันตก

ความแตกต่างที่สําคัญของตลาดปริวรรตเงินตราที่มีต่อตลาดรูปแบบอื่นนั้นคือการทํากําไรในขาลงได้ กล่าวคือเมื่อมองเห็นโอกาสว่าราคาหรือสกุลเงินใดจะร่วงลง สามารถทําคําสั่งขายก่อนซื้อได้นั่นหมายความว่า คุณจะใช้เงินในจํานวนที่น้อยเมื่อเทียบกับทรัพย์สินท่จะซื้อในปริมาณมากี ความแตกต่างที่สําคัญอีกข้อหนึ่งคือ ตลาดปริวรรตเงินตรามีความยืดหยุ่นสูงกว่าตลาดหุ้นมาก คําสั่งซื้อขายที่ถูกส่งออกไป เป็นคําสั่งที่ส่งออกไป โดยที่ไม่จําเป็นจะต้องมีผู้รับซื้อหรือผู้ยินดีขาย จึงทําให้ตลาดมีสภาพคล่องในระดับสูง ในตลาดปริวรรตเงินตรา มีเงินหมุนเวียนมากกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ต่อวัน นับเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก การซื้อขายในตลาด ปริวรรตเงินตรานั้นเกิดขึ้นตลอดเวลา มีทั้งผู้ซื้อและผู้ขายหลากหลายอาชีพ ทั้งธนาคารมากกว่า 4,600 แห่งทั่วโลก ตลอดจนถึงบุคคลทั่วไปที่เข้ามาเก็งกําไร จึงทําให้มีทั้งผู้ซื้อและผู้ขายอยู่ตลอดเวลา ในตลาดปริวรรตเงินตรา มีผลิตภัณฑ์ทางการเงินคือสกุลเงินจํานวนมากที่ให้เลือกซื้อขายได้นั่นหมายความว่านักลงทุนมีตัวเลือก ในการลงทุนที่สูง เป็นตลาดที่มีการใช้Leverage สูงมากเมื่อเทียบกับเงินทุนตั้งต้น จึงเป็นทั้งโอกาสในการทํากําไร ที่งดงามและโอกาสในการขาดทุนที่สูงกว่าปกติได้เช่นเดียวกัน

จุดเด่นที่สําคัญของตลาดปริวรรตเงินตราคือ อัตราความเสี่ยงเมื่อเทียบกับผลตอบแทนที่จะได้รับ กล่าวคือในตลาด หลักทรัพย์ทั่วไปนั้นถ้าคุณลงทุนในหุ้นสัก 1,000 หุ้น ย่อมต้องใช้เงินในระดับสูงตามราคาหุ้นนั้น ผลกําไรที่ได้รับต่อ การลงทุนในแต่ละครั้งคอนข้างจะต่ําหรือไม่ก็ใช้เวลายาวนาน แต่ในตลาดปริวรรตเงินตรานั้นเงินลงทุนจํานวน เท่ากันสามารถสร้างอัตราความเสี่ยงและอัตราการได้รับผลกําไรที่มากกว่าได้ในเงินลงทุน 1,000 หุ้นนั้นหากสมมติ ว่าหุ้นละ 1 ดอลลาร์นั่นหมายความว่านักลงทุนมีความเสี่ยง 1,000 ดอลลาร์ในการขึ้นลงของหุ้นแต่ละครั้งนั้นโดย เฉลี่ยแล้วมีค่าประมาณที่1-3% แต่ในตลาดปริวรรตเงินตราเงินทุน 1,000 ดอลลาร์สามารถขึ้นลงได้มากกว่า 100% จึงทําให้มีโอกาสในการขาดทุนที่สูงกว่าและมีโอกาสรับผลตอบแทนที่มากกว่านั่นเอง

การซื้อขายในตลาดปริวรรตเงินตรานั้น คือการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่มีการซื้อและขายพร้อมกัน ในสกุลเงิน โดยปกติแล้วสกุลเงินเหล่านั้นจะถูกจัดให้มีการซื้อขายเป็นคู่วัตถุประสงค์ในการซื้อขายสกุลเงินเหล่านี้ คือ การคาดหวงมูลค่าที่เพิ่มขึ้นในอนาคตเมื่อเทียบกับจุดที่ได้เข้าซื้อไว้ัเรียกให้ง่ายก็คือการเก็งกําไรนั่นเอง

ในตลาดปริวรรตเงินตราจะมีเรื่องของการเสนอราคาเป็นประเด็นสําคัญในการซื้อขาย ปัจจัยดังกล่าวนั้นส่วนใหญ่ ขึ้นกับโบรกเกอร์หรือดีลเลอร์ในการทําธุรกรรมผ่านตลาดปริวรรตเงินตราส่วนใหญ่ส่งคําสั่งผ่านทางโบรกเกอร์ ทั้งสิ้น นั่นหมายความว่าหากคุณเลือกโบรกเกอร์ที่มีการคิดค่าธรรมเนียมซื้อขายแพงจะเป็นการลดโอกาสในการทํา กําไรของคุณลงในการซื้อขายระยะสั้น

สําหรับการซื้อขายในตลาดปริวรรตเงินตราจะมีเรื่องของ Margin เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงกฎการเงิน NFA ที่ได้มีการกําหนดกฎเกณฑ์ไว้ให้อยู่ในระดับไม่ต่ํากว่า 1% โดยปกติแล้วอัตราดังกล่าวจะถูกคํานวณอัตโนมัติ

ให้โดยโบรกเกอร์การซื้อขายที่เหลืออัตรา Margin ต่ํากว่า 1% จะไม่ถูกทําให้มีขึ้น การทํากําไรในตลาด ปริวรรตเงินตรา อาศัยโปรแกรมซื้อขายหลักอยู่2 โปรแกรม นั่นคือโปรแกรม MetaTrader และ CTrader โดยใน หนังสือเล่มนี้จะกล่าวถึงเฉพาะโปรแกรม MetaTrader อันเป็นโปรแกรมยอดนิยม

Pips คืออะไร

จุดทศนิยมตัวสุดท้ายซึ่งถูกอ้างอิงจากราคาปัจจุบันของตลาด Pips เป็นสิ่งที่บอกให้รู้ว่าได้กําไรหรือขาดทุน โดยการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของค่าเงินมักจะอ่านค่าเป็น Pips เช่นถ้า EUR/USD เปลี่ยนแปลงจาก 1.1100 เป็น 1.1101 นับเป็น 1 Pips เป็นต้น

Lot คืออะไร

ปริมาณหรือขนาดของการซื้อขายในตลาดปริวรรตเงินตรา โดยแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบคือ Mini Lot size (10,000 หน่วย) และ Standard Lot Size (100,000 หน่วย)

การนําค่า Pips และ Lots มาใช้ในการคํานวณ Position วิธีการดังกล่าวไม่จําเป็นต้องให้ความสนใจมากนักเนื่องจากโดยทั่วไปโบรคเกอร์จะคํานวณให้โดยอัตโนมัติ เนื่องจากการคํานวณดังกล่าวเป็นการคํานวณที่มีผลต่อการคํานวณกําไรและขาดทุน นักลงทุนจึงควรทราบไว้บ้าง ในตัวอย่างกําหนดให้มีการซื้อขายแบบ Standard Size ในคู่เงิน USDCHF เพื่อให้เห็นมูลค่า Pips Value ที่อัตราแลกเปลี่ยน 0.9500 จะได้(.0001 / 0.9500) x 100,000 จะได้ค่าประมาณ 10.53 ดอลลาร์ต่อ Pips นั่นหมายความว่า ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงของราคาอัตราแลกเปลี่ยนไป 1 Pips จะเท่ากับมีการเปลี่ยนแปลง 10.53 ดอลลาร์โดยมีสูตรการคํานวณกําไรหรือขาดทุน = มูลค่า 1 Pips x จํานวน Pips ที่เคลื่อนที่

Margin คืออะไร

วงเงินในการซื้อขายของนักลงทุน แบ่งออกเป็น Available Margin (วงเงินคงเหลือที่นักลงทุนใช้ซื้อขายได้) และ Used Margin (วงเงินที่นักลงทุนใช้ในการซื้อขายไปแล้ว)

Buy และ Sell คืออะไร

Buy คือการซื้อไว้แล้วขายออกทีหลัง โดยซื้อในราคาถูกแล้วขายในราคาแพงกว่า ซึ่งจะได้กําไรจากส่วนต่าง ในขณะที่Sell คือการขายออกแล้วซื้อกลับเข้ามา โดยขายออกไปก่อนที่ราคาสูงแล้วจึงซื้อกลับคืนเมื่อราคาต่ํากว่า ซึ่งจะได้กําไรจากส่วนต่างเช่นเดียวกัน

Spread คืออะไร

ผลต่างระหว่างราคา Bid และราคา Ask ซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมในการดําเนินงานของโบรคเกอร์ดังนั้นในแต่ละ โบรคเกอร์จะมีค่า Spread ไม่เท่ากัน สําหรับค่า Spread นั้นจะส่งผลให้ทุกการเปิด Position มีค่าติดลบ ก่อนเสมอ นั่นหมายความว่าไม่ว่านักลงทุนจะได้กําไรหรือขาดทุน โบรคเกอร์จะยังคงมีรายได้ตลอดเวลา

Leverage คืออะไร

อัตราส่วนเงินทุนต่อสินทรัพย์ใช้ในการกําหนดค่า Margin การมีค่า Leverage จํานวนมากจะช่วยให้นักลงทุน สามารถเข้าซื้อขายสินทรัพย์ใดๆ ในตลาดที่มีราคาสูงในจํานวนเงินที่น้อยกว่าได้เช่น CADJPY (Leverage 1:1) จะต้องใช้เงินมากถึง 100 ดอลลาร์เพื่อซื้อขายสกุลเงินนี้หากมีค่า Leverage อยู่ที่1:1000 จะช่วยให้ใช้เงินลงทุน เพียง $1,000/100=$0.1 เท่านั้น ช่วยทําให้ได้รับโอกาสในการทํากําไรมากขึ้น ในทางกลับกันค่า Leverage สูงจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้นเช่นกัน

Stop Loss (S/L) คืออะไร
จุดที่นักลงทุนกําหนดขึ้นในกรณียอมขาดทุน จะเกิดขึ้นเมื่อมีการเปิด Position ประเภท Buy แต่ราคากลับ

ร่วงลงเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันเมื่อมีการเปิด Position ประเภท Sell แต่ราคากลับสูงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงจุดหนึ่ง ที่นักลงทุนสามารถยอมรับในอัตราการขาดทุนได้

Target (T/P) คืออะไร

เป้าหมายกําไรที่นักลงทุนต้องการ เกิดขึ้นในกรณีที่ราคาได้เคลื่อนไหวไปถูกต้องตามทิศทางที่นักลงทุน ได้วิเคราะห์ไว้แล้ว เมื่อราคามาถึงจุดที่กําหนดดังกล่าวจะถูกปิด Position โดยอัตโนมัติ

Swap คืออะไร

อัตราดอกเบี้ยที่นักลงทุนจะได้รับหรือเสียไปเมื่อทําการเปิด Position ทิ้งไว้ข้ามคืน (อ้างอิงเวลา Server) โดยคืนวันพุธจะคิดค่า Swap เป็น 3 เท่าของค่า Swap ปกติเพราะเป็นการรวมเอาค่า Swap ของวันเสาร์และ อาทิตย์มาคํานวณรวมด้วย ค่า Swap เป็นบวกจะหมายความว่านักลงทุนจะได้ดอกเบี้ยเมื่อเปิด Position ทงไว้ข้ามคืน้ิ แต่หากค่า Swap เป็นลบจะหมายความว่านักลงทุนจะเสียดอกเบี้ยเมื่อเปิด Position ทิ้งไว้ข้ามคืน

คู่มือการซื้อขายสําหรับผู้ใช้งานเบื้องต้น Requote คืออะไร

การเกิดข้อผิดพลาดในการส่งคําสั่งของราคาสินทรัพย์อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนในเวลานั้น ซึ่งจะทําให้เราเสียโอกาสในการได้ราคาที่ต้องการ สามารถป้องกันได้โดยตั้งค่า Maximum Deviation กล่าวคือ จํานวนที่ใส่ค่าใน Maximum Deviation คือจํานวนการแกว่งของราคาที่นักลงทุนยอมรับได้เช่น EURUSD
ราคา 1.1000 มีค่า Maximum Deviation เท่ากับ 5 จะมีผลให้คําสั่งถูกเปิดหากราคาเคลื่อนไหวในช่วงราคา 1.0995 ถึง 1.1005