ELLIOTT WAVE

0
78
ELLIOTT WAVE

คู่มือการซื้อขายสําหรับผู้ใช้งานขั้นสูง Elliott Wave

หลักการของ Elliott Wave ถูกค้นพบโดย Ralph Nelson Elliott จากการสังเกตแนวโน้มพฤติกรรรมการกลับตัว ของราคาในรูปแบบเฉพาะตัว ในครั้งนั้นเขาศึกษาจากดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวน์โจนส์(DJIA) ซึ่งเป็นเครื่องมือ ในการวิจัยราคาหุ้นหลักของเขาอยู่แล้ว เขาพบว่าทิศทางของราคาที่เปลี่ยนแปลงนั้นเผยให้เห็นโครงสร้างพื้นฐาน ของ Elliott Wave จากการค้นพบทฤษฎีนี้เขาได้พัฒนาระบบเหตุผลว่าด้วยการวิเคราะห์ตลาดขึนมา้

ภายใต้หลักการวิเคราะห์คลื่น กระบวนการสร้างรูปแบบสามารถนําทฤษฎีElliott Wave มาใช้วิเคราะห์คลื่นหรือ รูปแบบของการเคลื่อนไหว รวมไปถึงทิศทางที่เกิดขึ้นในตลาดได้แต่คลื่นนั้นไม่จําเป็นต้องเกิดซ้ําในช่วงเวลา เดียวกัน โครงสร้างเหล่านี้เชื่อมโยงกันในรูปแบบที่มีขนาดใหญ่เป็นรูปแบบเดียวกัน โดยจัดอยู่ในรูปของหน่วยการ สร้างรูปแบบขนาดใหญ่กว่าต่อไปเรื่อยๆ รายละเอียดดังกล่าวเป็นที่มาของแนวทางในการแปลความหมายของการ เคลื่อนไหวของราคาในตลาด

รูปแบบ 5 คลื่น

Elliott Wave มักจะกล่าวถึงพื้นฐานของคลื่น จํานวน 5 คลื่น รูปแบบของคลื่นดังกล่าวจะมีลักษณะโครงสร้าง ที่เฉพาะเจาะจง คลื่นลําดับที่1, 3 และ 5 ถูกแบ่งออกอย่างชัดเจนโดยคลื่นลําดับที่2 และ 4 ซึ่งจัดเป็นคลื่น ที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงทางราคา โดยทั่วไปแล้วรูปแบบนี้พบได้ทั่วไปใน Elliott Wave และจัดเป็น รูปแบบหนึ่งของ Motive Wave

ประเภทของ Elliott Wave

Elliott Wave สามารถจําแนกประเภทได้ออกเป็น 2 ประเภทคือ Motive Wave และ Corrective Wave โดย 5 คลื่นของ Motive Wave จะมีคลื่นย่อยแสดงโดยตัวเลข ในขณะที่3 คลื่นของ Corrective Wave จะถูก แสดงโดยตัวอักษร ดังนั้นในทางปฏิบัติMotive Wave มักจะตามด้วย Corrective Wave เสมอ

แนวโน้มพื้นฐานที่สําคัญของ Elliott Wave คือการกระทําในทิศทางเดียวกันของราคากับแนวโน้มขนาดใหญ่ ในคลื่นทั้ง 5 ลูก โดยในขณะเกิดปฏิกิริยากับแนวโน้มหนึ่งที่มีขนาดใหญ่จะส่งผลถึงคลื่นลําดับที่3 ในรูปแบบ เดียวกัน

Wave Degree

ในเรื่อง Elliott Wave คลื่นทั้งหมดสามารถแบ่งได้ตามขนาด ดังนั้นจึงมีการจัด Degree ให้คลื่น โดยคลื่นจะถูก จัดลําดับให้ห่างกันนับจากคลื่นที่มีขนาดเล็กสุด 9° ใน Degree ถัดมาก็จะมีขนาดห่างกันเท่าเดิม โดยมีการตั้งชื่อ ให้ง่ายต่อการเรียกขานดังนี้

– Grand Supercycle

– Supercycle

– Cycle

– Primary

– Intermediate

– Minor Minute

– Subminuette

คู่มือการซื้อขายสําหรับผู้ใช้งานขั้นสูง Motive Waves

ในส่วนของ Motive Waves มีการแบ่งคลื่นออกเป็น 5 คลื่น โดยคลื่นเหล่านั้นมักจะเคลื่อนไหวไปในทิศทาง เดียวกันกับแนวโน้มของ Degree ขนาดใหญ่อันหนึ่ง จึงส่งผลให้การอ่านค่านั้นมีความเที่ยงตรงและสะดวก ในการแปลผล โดยคลื่นลําดับที่2 ไม่สามารถจะรีบาวด์ได้100% ของคลื่นลําดับที่1 และคลื่นลําดับที่4 ไม่สามารถจะรีบาวด์ได้100% ของคลื่นลําดับที่3 ในแง่ของทิศทางราคาในคลื่นนั้น คลื่นลําดับที่3 จะมีความยาว มากที่สุด Motive Waves แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ Impulse และ Diagonal Triangles

Impulse

Motive Waves ที่พบบ่อยที่สุดคือ Impulse ในส่วนของ Impulse มีเงื่อนไขสําคัญอยู่1 ข้อคือคลื่นลําดับที่4 จะต้องไม่เคลื่อนไหวต่ํากว่าคลื่นลําดับที่1 และคลื่นลําดับที่1, 3 และ 5 จะเคลื่อนไหวตามทิศทางของราคาเสมอ โดยเฉพาะคลื่นลําดับที่3 ในรูปแบบ Impulse ส่วนใหญ่มักจะมาพร้อมกับส่วนต่อขยายของคลื่นเสมอ (Extension) โดยรูปแบบ Impulse สามารถแบ่งออกได้3 รูปแบบย่อยคือ

– First Wave Extension

– Third Wave Extension

– Fifth Wave Extension
Bullish Fifth Wave Extension และ Bearish Fifth Wave Extension

ในบางครั้ง Impulse อาจจะมีรูปแบบของคลื่นลําดับที่5 ที่ไม่สมบูรณ์ได้ในส่วนที่ไม่สมบูรณ์นั้นอาจจะเคลื่อนไหว อยู่เหนือคลื่นลําดับที่3 หรือในระดับเดียวกันกับคลื่นลําดับที่3 เกิดเป็นรูปแบบย่อยที่เรียกว่า Truncation แม้ว่าจะเป็นองค์ประกอบที่ไม่สมบูรณ์ของ Impulse แต่ถือว่าเป็นหนึ่งในคลื่น Motive Waves ที่สมบูรณ์แล้ว

Truncation

Diagonal Triangles

Motive Waves อีกรูปแบบหนึ่งคือ Diagonal Triangles แม้จะมีลักษณะคล้ายคลึงกับ Impulse แต่ไม่ได้ถูกจัด ให้เป็นรูปแบบ Impulse เนื่องจากรูปแบบ Diagonal Triangles จะเกิดคลื่นย่อยระหว่างคลื่นลําดับที่3 และ คลื่นลําดับที่5 ของคลื่นใหญ่และมีคุณสมบัติของ Motive Waves ครบถ้วน

คู่มือการซื้อขายสําหรับผู้ใช้งานขั้นสูง Corrective Waves

รูปแบบ Corrective Waves คือการเปลี่ยนแนวโน้มของราคาจากรูปแบบ Motive Waves และเคลื่อนไหว ในทิศทางตรงข้ามกับ Motive Waves โดย Corrective Waves เกิดจากความขัดแย้งระหว่างแนวโน้มและคลื่น สามารถแบ่งออกได้4 รูปแบบย่อยคือ Zigzags, Flats, Horizontal Triangles และ Combinations

Zigzags

รูปแบบ Zigzags เป็นรูปแบบการเคลื่อนที่ของคลื่นต่อเนื่องทิศทางเดิม ประกอบด้วยคลื่นลําดับ A, B และ C โดยคลื่นลําดับ B จะมีค่าสูงกว่าคลื่นลําดับ A และเกิดในสภาวะแบบ Bullish เท่านั้น การเกิดขึ้นของ Zigzags สามารถเกิดได้มากที่สุดไม่เกิน 3 ครั้ง

Horizontal Triangles

รูปแบบ Horizontal Triangles จัดเป็นรูปแบบที่ซ้อนทับกันของ Corrective Waves มักจะมีความสัมพันธ์กับ ราคาที่ลดลงและความผันผวนในระดับหนึ่ง รูปแบบดังกล่าวบ่งบอกว่าราคาจะยังไม่เปลี่ยนแปลงทิศทาง การเคลื่อนไหว รูปแบบนี้พบได้แทบจะทุกกราฟที่มีการซื้อขายในปัจจุบัน สามารถแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบย่อยคือ

– Ascending

– Descending

– Contracting

– Expanding

คู่มือการซื้อขายสําหรับผู้ใช้งานขั้นสูง Combinations

รูปแบบ Combinations เป็นการรวมตัวกันหลายรูปแบบของ Corrective Waves โดยรูปแบบ Combinations ให้สัญญาณทิศทางเดิม ในการวิเคราะห์รูปแบบ Combinations ให้แยกการวิเคราะห์ออกจากกันและมองรูปแบบ Combinations เป็นภาพใหญ่เปรียบเสมือนคลื่นเล็กในคลื่นใหญ่